ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ธันวาคม 14, 2018, 08:27:33 PM

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1]
1
          อัดนาน ยานูไซจ์ ปีกทีมชาติเบลเยี่ยมซัดประตูโทนในเกมนี้ ช่วยให้ทีมเก็บชัยเหนืออังกฤษ 1-0 ส่งผลให้เบลเยี่ยมปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นอันดับ 1 จะเข้ารอบไปพบกับญี่ปุ่น ส่วนอังกฤษเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 2 ไปพบกับโคลอมเบีย
          ทั้งสองทีมทราบผลการแข่งขันของกลุ่ม H ก่อนที่จะลงสนามในเกมนี้ โดยโคลอมเบียเป็นทีมอันดับ 1 ของกลุ่ม H ส่วนญี่ปุ่นเป็นทีมอันดับ 2 ซึ่งทางด้านแกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษกับโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติเบลเยี่ยมได้มีการเปลี่ยนแปลง 11 ผู้เล่นตัวจริงของทีมหลายรายในเกมนี้ด้วยเหตุผลหลักคือให้เหล่าสตาร์ตัวจริงของทีมได้พักก่อนลงเล่นในรอบต่อไป
          อังกฤษส่งเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เอริค ไดเออร์, เจมี่ วาร์ดี้ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ ส่วนทางฝั่ง เบลเยี่ยม มีชื่อของ ลีอันเดอร์ เดนดองเกอร์, ยูริ ทีเลมองส์, อั๊ดนาน ยานูไซจ์ และ มิชี่ บาตชูอายี่ ลงเล่นเป็นตัวจริง
          ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เบลเยี่ยมเป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อั๊ดนาน ยานูไซจ์ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวดึงบอลหลอก แดนนี่ โรส วิงแบ็คฝั่งซ้ายของอังกฤษจนแฟนบอลในเว็บ 918kiss ล่าสุด ถึงกับตะลึง แล้วแต่งบอลเข้าเท้าซ้ายก่อนปั่นโค้งเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม และเป็นประตูแรกของ ยานูไซจ์ ในการเล่นให้กับทีมชาติอีกด้วย
          โอกาสได้ประตูตีเสมอของอังกฤษที่ใกล้เคียงที่สุดมีขึ้นหลังจากที่โดนยิงนำ มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวยิงจากแมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสพาบอลหลุดเดี่ยวเข้าไปคนเดียวในเขตโทษ และพยายามยิงให้หนีมือ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารเบลเยี่ยม แต่บอลหลุดเสาสองออกไปหวุดหวิด  แกเร็ธ เซาธ์เกต พยายามแก้เกมเพื่อลุ้นประตูตีเสมอด้วยการส่ง แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าจากอาร์เซน่อล ลงสนามมาแทนเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เล่นในตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งขวา แต่ก็ไม่สามารถช่วยพังประตูให้ทีมได้ จบเกมการแข่งขันเบลเยี่ยมเอาชนะอังกฤษ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสถิติชนะ 100 เปอร์เซ็นต์จาก 3 นัด ส่วนอังกฤษเข้ารอบด้วยการเป็นที่ 2 ของกลุ่ม G
          เบลเยี่ยมจะลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายพบกับญี่ปุ่นในวันอังคารที่ 3 มิถุนายน ที่เมืองรอสตอฟ และ อังกฤษจะเจอกับโคลอมเบียที่กรุงมอสโกในวันเดียวกัน โดยอังกฤษจะลงแข่งเป็นคู่ที่ 2 ของวันนั้นตามโปรแกรมการแข่งขันของฟีฟ่า
2
          เข้าใกล้แชมป์ไปอีกทุกขณะสำหรับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส หลังเปิดบ้านเอาชนะ "ปิศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน 3-1 เก็บสามคะแนนเพิ่มเป็น 78 คะแนน ขยับหนีนาโปลีเพิ่มเป็น 4 คะแนน ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา
          ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2017 - 2018 ยูเวนตุส เปิดรังอัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เอซี มิลาน โดยในเกมนี้เจ้าบ้านยูเว่มาในระบบ 3-5-1-1 โดยมีจอร์โจ้ คิเอลลินี่ มิราเล็ม ปานิช ซามี่ เคดิร่า เปาโล ดีบาล่า และกอนซาโล่ อิกวาอิน ลงสนามอย่างครบครัน ส่วนทางด้านทีมเยือนมิลานมาในระบบ 4-3-3 มีเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ลูคัส บิเกลีย ซูโซ่ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู และอังเดร ซิลวา เป็นตัวหลักในเกมนี้
          เล่นเกมส์ยิงปลายังไม่ทันจบตา เริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 8 นาที เจ้าบ้านยูเวนตุสก็เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 มิราเล็ม ปานิช จ่ายเรียดจากแดนกลางไปให้ เปาโล ดีบาล่า จับบอลแล้วพลิกตัวยิงด้วยซ้ายทันทีนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งกระดอนพื้นเข้าไปตุงตาข่าย นาที 28 ทีมเยือนเป็นฝ่ายตามตีเสมอได้เป็น 1-1 จากลูกเตะมุมที่ฮาคาน ชัลฮาโนกลู เปิดจากทางฝั่งซ้ายไปที่เสาสองให้กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ได้โขกระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ พร้อมกับวิ่งไปแสดงความดีใจด้วยการสไลด์เข่าคู่ หลังจากที่โดนแฟนบอลเจ้าถิ่นโห่มาตั้งแต่ตอนลงสนาม หลังจากนั้นทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นประตูเพิ่มกันประปราย แต่ยังไม่สามารถยิงเพิ่มได้ ก่อนจบครึ่งแรกด้วยผลสกอร์ 1-1
          เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง ยูเวนตุส เริ่มครองเกมได้เหนือกว่าทีมเยือนมากขึ้น แต่กว่าจะมาได้ประตูที่ 2 ก็ปาเข้าไปนาที 79 เริ่มจากดั๊กกลาส คอสต้า พาบอลหลบ ดาวิเด้ คาลาเบรีย แบ็คขวามิลานก่อนจ่ายให้กับซามี่ เคดิร่า เปิดด้วยซ้ายไปที่เสาสอง บอลเข้าหัว ฮวน ควาดราโด้ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาครึ่งหลังได้โขกเน้นๆเข้าไป ยูเว่ นำแล้ว 2-1 นาทีที่ 87 ยูเวนตุส มาได้ประตูย้ำชัยชนะเป็น 3-1 ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ดั๊กกลาส คอสต้า ใช้ความสามารถเฉพาะตัวดึงผู้เล่นมิลานสองคนไปที่มุมธงแล้วจ่ายย้อนมาให้กับ เปาโล ดีบาล่า ก่อนจ่ายคืนหลังไปอีกทีให้กับ ซามี่ เคดิร่า ขยับเติมขึ้นมากดด้วยขวาเน้นๆส่งบอลเข้าที่เสาแรก ชนิดที่ดอนนารุมม่าได้แต่ยืนมอง ส่วนแฟนมิลานที่ดูอยู่ทางบ้านทยอยปิดทีวีไปเล่นเกมส์ยิงปลากันแล้ว จบเกมการแข่งขัน ยูเวนตุส เปิดบ้านเอาชนะ เอซี มิลาน 3-1 พร้อมกับทำคะแนนเพิ่มเป็น 78 คะแนนจากการแข่งขันไปแล้ว 30 นัด นำเป็นจ่าฝูงกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดยทิ้งห่างนาโปลี ทีมอันดับสองเพิ่มเป็น 4 คะแนน หลังจากทัพอัซซูร่าทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ซัสซูโอโล่ 1-1 ส่วนเอซี มิลาน ยังคงอยู่อันดับ 6 ของตารางตามเดิม ตามหลังทีมอันดับ 4 อินเตอร์ มิลานอยู่ 8 คะแนน สำหรับการลุ้นตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า
หน้า: [1]